บทความนี้อธิบายวิธีกำหนดให้ SSL VPN Client Access เข้าถึง Server ภายในโดยใช้ Virtual IP ที่แจกให้ Client แทน IP ของตัว NGAF เหมาะสำหรับกรณีที่ Server ต้องการทราบ IP ต้นทางจริงของ VPN User
ข้อกำหนดเบื้องต้น
- ตั้งค่า SSL VPN และ Virtual IP Pool บน NGAF/NSF เรียบร้อยแล้ว
- VPN User สามารถเชื่อมต่อ SSL VPN ได้ปกติ
ขั้นตอนการตั้งค่า
1. ตรวจสอบ Virtual IP Pool ที่แจกให้ Client โดยไปที่ Network > SSL VPN > Virtual IP Pool จดช่วง IP ที่กำหนดไว้
2. ทำ Route ที่ Core Switch หรืออุปกรณ์ Network อื่น ๆ ให้ IP ในช่วง Virtual IP Pool กลับมาที่ตัว NGAF/NSF (สำคัญมาก หากไม่ทำ Return traffic จะไม่กลับมาที่ VPN Client)
3. เปลี่ยน Access Mode ใน Resource Options โดยไปที่ Network > SSL VPN > Resource Options > ในส่วน L3VPN Resource Access Settings เปลี่ยน Access Mode เป็น Take virtual IP address as source
4. คลิก Save เพื่อบันทึกการตั้งค่า
ความแตกต่างระหว่าง Access Mode
- Take device IP address as source (ค่าเริ่มต้น) — Server จะเห็น Source IP เป็น IP ของ NGAF ทำให้ไม่สามารถแยก Traffic ของแต่ละ VPN User ได้
- Take virtual IP address as source — Server จะเห็น Source IP เป็น Virtual IP ของแต่ละ VPN User ทำให้สามารถระบุตัวตนและทำ Access Control ได้
หมายเหตุ
- ต้องแน่ใจว่า Route สำหรับ Virtual IP Pool กลับมาที่ NGAF ถูกตั้งค่าบน Core Switch หรือ Router อย่างถูกต้อง มิฉะนั้น Client จะไม่ได้รับ Response
- ฟีเจอร์นี้ใช้ได้กับ L3VPN (TCP Application) เท่านั้น
ข้อคิดเห็น
0 ข้อคิดเห็น
โปรด ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อแสดงข้อคิดเห็น