บทนำ
บทความนี้อธิบายขั้นตอนการ Migrate VM หรือ Physical Server ไปยัง Sangfor HCI ด้วย SCMT (Sangfor Cloud Migration Tool) ตั้งแต่ต้นจนจบ เนื้อหาแบ่งเป็น 3 ส่วนแบบกดเปิด/ปิดได้ด้านล่าง เพื่อให้เลือกอ่านเฉพาะส่วนที่ต้องการ
- ส่วนที่ 1 — ติดตั้งและตั้งค่า SCMT (ขั้นตอนที่ 1–4)
- ส่วนที่ 2 — Migrate (ขั้นตอนที่ 5–8 และการตรวจสอบ)
- ส่วนที่ 3 — แก้ปัญหาและหมายเหตุ
ข้อกำหนดเบื้องต้น
- Sangfor HCI Cluster ที่พร้อมใช้งาน (ปลายทาง)
- ไฟล์ติดตั้ง SCMT ตาม Platform ที่ต้องการ (VMA หรือ ISO)
- เครือข่ายระหว่าง เครื่องต้นทาง → SCMT → HCI ต้องเชื่อมต่อถึงกันได้โดยตรง (ไม่ผ่าน NAT)
- ตรวจสอบความเข้ากันได้: SCMT Compatibility List
- คู่มือผู้ใช้งาน: SCMT User Manual
รูปแบบการ Migrate: Agent-based และ Agentless
SCMT รองรับการ Migrate 2 รูปแบบ ให้เลือกใช้ตามสภาพแวดล้อมต้นทาง
1. Agent-based — ติดตั้ง Agent ลงบนเครื่องต้นทาง (ใช้ได้ทั้ง Physical Server และ VM)
2. Agentless — ไม่ต้องติดตั้ง Agent โดย SCMT เชื่อมตรงไปยัง vCenter/ESXi โดยมีเงื่อนไข
- SCMT ต้องเชื่อมต่อไปที่ vCenter/ESXi Port 443 และ ESXi Port 902 ได้
- หาก ESXi ตั้งค่าเป็น Domain Name ตัว SCMT จะต้องชี้ Internal DNS Server เพื่อ Resolve Domain Name ของ ESXi กลับเป็น IP
วิดีโอแนะนำ
ส่วนที่ 1 — ติดตั้งและตั้งค่า SCMT
ขั้นตอนที่ 1: ติดตั้ง SCMT Server
เลือกไฟล์ติดตั้งตามสภาพแวดล้อมที่จะลง SCMT Server
- ลงบน HCI — ใช้ไฟล์ VMA Import: Download VMA
- ลงบน Physical Server — ใช้ไฟล์ ISO Install: Download ISO
- ลงบน HCI Version ก่อน 6.0.0 — ใช้ไฟล์ ISO Install: Download ISO
ขั้นตอนที่ 2: ตั้งค่า SCMT Server เบื้องต้น
2.1 ตั้งค่า IP ผ่าน Console (Bind Network Adapter and Set IPv4)
2.2 Start Service SCMT ผ่าน Console
2.3 Login เข้า Web UI ที่ https://IP_SCMT จะพบหน้าให้ตั้งค่าภาษา Timezone, และเวลา ให้ถูกต้อง
เมื่อ Service Start เรียบร้อย ให้ Login เข้าด้วย Default Account
- Username:
admin/ Password:123456 - ระบบจะบังคับให้ตั้งรหัสผ่านใหม่ (สามารถ Ignore การตั้งค่า Email ได้)
2.4 สร้าง System Admin ใหม่ เพื่อใช้ Migrate VM และเชื่อม HCI/vCenter/ESXi
ระบบจะแสดงรหัสผ่านเริ่มต้นตามภาพ โดยรหัสที่แสดงจะมีจุด (.) ต่อท้าย ให้พิมพ์เฉพาะตัวอักษรก่อนจุดสุดท้าย (ไม่ต้องพิมพ์จุดตัวสุดท้าย)
ทดสอบLogin ด้วย User/Password ที่ระบบแจ้ง และระบบจะบังคับให้เปลี่ยนรหัสผ่านในครั้งแรก
ขั้นตอนที่ 3: ขอและเพิ่ม License
- ขอ License SCMT ตามคู่มือ: การขอ License SCMT (ใช้ account admin)
- หาก Add License แล้ววันหมดอายุไม่ถูกต้อง (ปกติควรอยู่ที่ 1-3 เดือน) ให้ทำตามคู่มือ: SCMT ขึ้นหมดอายุ หลัง 2022/09/30
ขั้นตอนที่ 4: เชื่อมต่อ Virtual Data Center (ปลายทาง)
4.1 Login ด้วย System Admin ที่สร้างไว้ในขั้นตอนที่ 2.4
- สามารถเปลี่ยนรหัสได้ตามต้องการ
4.2 ไปที่ Connections > Add Virtual Data Center แล้วเลือกปลายทาง (HCI, vCenter หรือ ESXi)
- สำหรับกรณีเชื่อม vCenter หรือ ESXi Host เพื่อ Migrate แบบ Agentless
- สำหรับ HCI ให้กรอก IP Cluster
หาก vCenter เรียกใช้งาน Host ESXi ด้วย Domain Name ต้อง Add DNS ที่ SCMT: การตั้งค่า DNS สำหรับ SCMT
ส่วนที่ 2 — Migrate (ติดตั้ง Agent, สร้าง Task, Sync & Switch, ตรวจสอบ)
ขั้นตอนที่ 5: ติดตั้ง Agent บนเครื่องต้นทาง
(ใช้เฉพาะรูปแบบ Agent-based)
5.1 Windows Agent
5.2 Linux Agent — ดูวิธีติดตั้งได้ที่: วิธีการติดตั้ง Agent SCMT สำหรับ Linux
ขั้นตอนที่ 6: สร้าง Migration Task
6.1 ตรวจสอบว่าเครื่องต้นทางเชื่อมต่อกับ SCMT และเครื่องปลายทางได้ (การเชื่อมต่อต้องไม่ผ่าน NAT)
6.2 สร้าง Task Migration ที่ SCMT Web UI
ขั้นตอนที่ 7: ตั้งค่า Bare-Metal Restore VM
SCMT จะสร้าง VM Auto Boot (Bare-Metal Restore) ขึ้นที่ปลายทาง สามารถตั้งค่า Destination Server เป็น Static หรือ DHCP ได้ โดยมีข้อควรตรวจสอบ
- IP ที่ VM Bare-Metal ได้รับ จะต้องเรียก IP ของ SCMT ได้ และไปถึง IP เครื่องต้นทางได้ (กรณี Agent Based Migration แบบ Point to Point)
- กด Start CLI เพื่อเข้า Command Prompt ทดสอบการเชื่อมต่อ
- ตรวจสอบว่า VM Bare-Metal เชื่อม Network Edge เรียบร้อย
- หากวง Network / Port Group ที่ VM ไปเกาะไม่ได้รับ DHCP จะต้องตั้งค่า Static IP เองตามภาพด้านล่าง
สามารถกด Exit เพื่อกลับไปหน้าตั้งค่า IP
ขั้นตอนที่ 8: Sync และ Switch ไปยังปลายทาง
8.1 Sync Task Migrate — สังเกตสถานะต้องเป็น สีเขียว จึงจะผ่าน หากไม่สามารถ Sync ได้ ให้ย้อนกลับไปตรวจสอบตามขั้นตอนที่ 7
* SCMT Version ใหม่จะใช้คำว่า Sync and Fail Over แทนคำว่า Switch after Sync
8.2 Switch Migrate ไปยังปลายทาง
8.3 เลือก Action หลัง Migrate สำหรับ Source และ Destination VM เช่น ปิดหรือ Disconnect เครื่องต้นทาง และเปิดเครื่องปลายทาง
8.4 หากต้องการ Failover ซ้ำเป็นรอบที่ 2 (เช่น ต้องการลอง Directly Failover) ให้กดจากปุ่มนี้
8.5 กรณี Switch Over / Failover แล้ว Fail เพราะ Linux Kernel ไม่ Support
ให้ตรวจสอบข้อมูล Kernel ของ Linux เครื่องต้นทาง แล้วเปิดเคสเข้ามาที่ Support เพื่อตรวจสอบว่ามี Patch สำหรับ Kernel นั้นหรือไม่ หากมี ให้ทำการติดตั้ง Driver Patch บน SCMT/hDR โดยตัว patch จะทำให้ SCMT รู้จัก Kernel ของ OS และทำการ Inject VMTool และ IP ได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้ Failover มีอัตราการผ่านที่สูงขึ้น
คำสั่งบน Linux เครื่องต้นทาง
uname -a
cat /etc/*-release
- หรือถ้ารีบต้องการ Migrate สามารถกด Directly Switch ได้ ตอนสั่ง Failover
8.6 รอให้ VM Bootable (SCMT) Restart แล้วเข้าใช้งาน OS เดิม จากนั้นตรวจสอบที่ Edit VM > Advanced > Boot Order ให้ตั้งค่าให้ Boot จาก Disk 1 (หรือตามสมควร) ไม่ใช่ CD ของ SCMT มิฉะนั้น VM จะ Boot กลับเข้าหน้า Sync Data ของ SCMT อีกครั้ง
การตรวจสอบหลัง Migrate
Verify และตรวจสอบ Service ต่าง ๆ ของ VM Server หลัง Migrate ให้ทำงานได้ปกติ
เมื่อ Migrate เรียบร้อยและ Service ทำงานได้ปกติ ให้กดที่ Verification Successful เพื่อปิด Job
ส่วนที่ 3 — แก้ปัญหาและหมายเหตุ
หมายเหตุและการแก้ปัญหาที่พบบ่อย
- กรณี VM Blue Screen หรือ Linux เข้า OS ไม่ได้: ให้ Migrate ใหม่โดยเลือก Directly Fail Over ในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อไม่ให้ SCMT Inject Driver ที่อาจทำให้ Boot ไม่ขึ้น
- หากใช้ Directly Switch จะต้องลง VMTools ของ HCI เอง: การแก้ไข Linux Boot เข้า Emergency Mode (ต้องลง VMTools ใหม่)
- เมื่อ Verify ว่า VM ใช้งานได้ปกติที่ฝั่งปลายทางแล้ว ให้ Uninstall Agent ออก: การ Uninstall SCMT Agent
ข้อคิดเห็น
0 ข้อคิดเห็น
โปรด ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อแสดงข้อคิดเห็น